สพป.ลำพูน เขต 2 เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทาง “ลดภาระงานครู” ตามนโยบาย Quick Win สพฐ.
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ดร.ดวงใจ ถวิลไพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 มอบหมายให้ ดร.กุลชนกนันท์ ธนโชติกิจเกื้อกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 พร้อมด้วย นายสงกรานต์ จันทร์ต๊ะ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 และ ว่าที่เรือตรียุตติชน บุญเพศ รวมทั้งผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด เข้าร่วม การประชุมชี้แจงแนวทางลดภาระงานครู ตามประกาศแนวทางลดภาระงานครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win)
การประชุมดังกล่าวมี นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในการประชุม โดยมี นายนรินธรณ์ เซ่งล้ำ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ นางสาวธนัญญา แสงทอง รองผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม DOC อาคาร สพฐ. 5 ชั้น 9 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและชี้แจงแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อน นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อที่ 1 “ลดภาระงานครู” เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดมีทิศทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน และสามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา และส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีเวลาปฏิบัติหน้าที่หลักด้านการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งนี้ สพฐ. ได้กำหนดแนวทางการลดภาระงานครูด้านเอกสารและการประเมินภายใต้แนวคิด “ปรับ ลด ปลดล็อก” ประกอบด้วย
1) ปรับ ปรับรูปแบบและวิธีการดำเนินงาน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลกลาง (Big Data) เพื่อลดการใช้เอกสารกระดาษ
2) ลด ลดการรายงานและการประเมินที่ซ้ำซ้อน โดยให้หน่วยงานใช้ข้อมูลร่วมกัน ลดความถี่ในการประเมิน และบูรณาการตัวชี้วัด
3) ปลดล็อก ปลดล็อกกฎ ระเบียบ และยกเลิกการประเมินที่เน้นเอกสารหรือการจัดนิทรรศการ โดยเปลี่ยนไปมุ่งเน้นผลลัพธ์ของการจัดการเรียนรู้เป็นสำคัญ
นอกจากนี้ สพฐ. ได้ดำเนินนโยบายลดภาระการประเมินและงานซ้ำซ้อนของสถานศึกษาในปีงบประมาณ 2568–2569 โดยในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พบว่ามีโครงการหรือภาระงานรวม 17,692 รายการ สามารถปรับลดได้ 12,711 รายการ ผ่านแนวทาง “6 ล” ได้แก่ ลด/เลิกโครงการซ้ำซ้อน ลดปริมาณข้อมูล ลดการเก็บข้อมูลซ้ำ ลดเอกสารกระดาษ ลดขั้นตอนการประเมิน และลดความถี่ในการติดตาม รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยลดงานซ้ำซ้อนกว่า 9,555 รายการ
ขณะเดียวกัน ส่วนกลางของ สพฐ. จำนวน 16 สำนัก มีโครงการรวม 114 รายการ สามารถปรับลดได้ 80 รายการ คิดเป็นร้อยละ 70.17 พร้อมทั้งพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลผู้จบการศึกษาบน Cloud เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทุกระดับ ลดการใช้เอกสารและการรายงานซ้ำ ทำให้สถานศึกษาสามารถรายงานผลผู้จบการศึกษาได้ภายใน 30 วัน
ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดภาระงานเอกสาร ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เพิ่มความรวดเร็วและความโปร่งใสในการบริหารจัดการศึกษา และทำให้สถานศึกษาสามารถมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

