พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานน้ำสรงพระธาตุ อัญเชิญสรงองค์พระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์ วัดบ้านโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ มณฑลพิธีวิหาร วัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุ เพื่อเชิญไปสรงองค์ พระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์ วัดบ้านโฮ่งหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดร.ดวงใจ ถวิลไพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 พร้อมด้วย ว่าที่เรือโทยุตติชน บุญเพศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 และบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมประกอบพิธีอันเป็นมงคล ในการนี้มี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระราชทาน พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ คณะสงฆ์ นายอำเภอบ้านโฮ่ง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้นอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน และชักรอกน้ำสรงพระราชทานขึ้นสรงองค์พระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์ พร้อมประกอบพิธีทอดผ้าบังสุกุลหน้าอนุสาวรีย์กู่บรรจุอัฐิอดีตเจ้าอาวาส และสรงน้ำกู่บรรจุอัฐิครูบาเจ้าศรีวิชัย รวมถึงกู่บรรจุอัฐิอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านโฮ่งหลวง สำหรับ วัดบ้านโฮ่งหลวง ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2319 เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ 34 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 106 สายเถิน–ลี้–บ้านโฮ่ง–เชียงใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 และได้รับคัดเลือกจากกรมการศาสนาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปี พ.ศ. 2523 ทั้งนี้ วัดบ้านโฮ่งหลวงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ สามเณรอินท์เฟือน หรือครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้เข้าอุปสมบทเมื่อมีอายุครบ 21 ปี ณ พระอุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง โดยมีครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับนามฉายาว่า สิริวิชโยภิกขุ ซึ่งนับเป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญในประวัติของครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นอย่างยิ่ง


